ทำยังไงเมื่อลูกค้าที่คิดว่าเขาเป็น Designer ทั้งทีความจริงแล้วไม่ใช่ ลองหลับตานึกถึงอาจารย์นักวาดรูปชื่อดังๆ ในเมืองไทย ถ้ามีลูกค้ามีแนะนำท่านๆ เหล่านั้นว่า ต้องวาดรูปแบบนี้ แบบนั้น สีต้องใช้สีนั้น แบบนี้ ที่นี้ภาพจะออกมาเป็นอย่างไร จริงๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นมาในสมองที่กำลังทำงานของนักพัฒนาระบบหลายๆ คน หรือจะเป็นงานในส่วนของการออกแบบเองก็ตาม ลูกค้าจะมีความคิดดีๆ มาหาเราอยู่เรื่อยๆ มีระบบสีใหม่ๆ มาหาเราอยู่ตลอดเวลา มีการปรับเปลี่ยนคงเส้นคงวา แต่สุดท้ายงานนั้นๆ ปิดไม่ลง อาจจะปิดลง แต่ไม่ใช้สิ่งที่เรียกว่า งานออกแบบ

ในชีวิตของนักออกแบบ หรือนักพัฒนาเว็บเองนั้น ก็เป็นงานอิสระ หรือพนักงานประจำ มันเป็นสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ และจัดการกับมันให้ได้ ที่นี้ก็มีดู 5 ข้อหลักที่สามารถช่วยให้คุณจัดการกับลูกค้าได้

1. จงสนุกกับมัน ลดความดึงเครียดลง ควบคุมการเจรจา โดยไม่จำเป็นต้องเสนอความคิดเห็นใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลากับลูกค้า เพียงพยายามนำเสนอความจริง จากสิ่งต่างๆ ในอดีตเข้ามาประกอบ เพื่อให้ลูกค้าไปในเส้นทางที่ถูกต้อง แต่การออกแบบไม่จำเป็นต้องมีแบบเพียงแบบเดียว คุณต้องมีแบบสำลองเก็บเอาไว้กับตัว เหมือนเวลานั้นมาถึง เมื่อลูกค้าไม่ชอบแบบแรก คุณยังมีอีกแบบที่แตกต่างเขาไปนำเสนอได้

ยังมีอีกส่วนที่สำคัญที่จะทำให้รู้สึกสบายใจกันทั้ง 2 ฝ่ายคือการส่งอีเมลล์พูดคุย การได้ออกไปที่ไหนด้วยกันจะทำให้ลดความดึงเครียดลงมาได้ ส่งอีเมลล์ก็ไม่ต้องทางการมากเกินไป แล้วก็ต้องไม่เร็ว สั้นๆ มากจนเกินไป

2. ร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ในบางครั้ง ในการได้พูดคุยกันในครั้งแรกนั้น จะทำให้เราทราบถึงปัญหาของลูกค้าทั้งอยากที่จะมีเว็บใหม่ หรือจะเป็นการเข้าไปปรับรูปแบบของเว็บเก่า นั้นจะเป็นครั้งแรกที่เราได้รับรู้ถึงปัญหาของเขา สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปให้กับเขาคือ ขั้นตอนในการแก้ปัญหาของเราในแต่ละส่วน และต้องชัดเจนด้วยนะครับ ว่าส่วนๆ นั้นคือปัญหาที่ต้องแก้ แก้ไขอย่างไร

อีกส่วนที่เป็นสาระสำคัญคือตัวตนของคุณ รูปแบบการทำงานของคุณ แสดงออกไปให้ชัดเจนว่า ส่วนนี้สามารถทำให้ได้ ไม่ได้อย่างไร

3. ใจเขา ใจเรา บางครั้งลูกค้าจะคิดว่าเขานะเก่งกว่า และบางครั้งก็ไม่ใช้นะ ก็ต้องสู้กับการปรับเปรียนอยู่ตลอดเวลา ตามใจที่เขาต้องการ แต่ก็นั้นละครับ ในการแสดงผลของเว็บเองนั้น หน้าจอเราเองอาจจะดูสวยงาม สีใช้ได้ แต่พอได้ไปดูที่หน้าจอลูกค้า เขาก็จะติ จะว่า พร้อมกับคำถามมากมาย ทำไมไม่เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ เมื่อหลายปีผ่านมา มีลูกค้าที่ให้ทำเว็บขององค์กรขนาดใหญ่ ในส่วนของเราก็คิดว่าดี เรียบร้อย การวางรูปแบบต่างๆ ไม่มีปัญหา ดูดีในความละเอียดหน้าจอ 1280 x 800 นั้นคือช่วงเริ่มต้นของจอกว้าง แต่พอลูกค้าเปิดดู ก็ได้รับคำติ ตามมาเยอะไม่หมด แต่มารู้ที่หลัง ลูกค้าเองใช้จอที่มีความละเอียด 1024 x 768 ซึ่งเป็นจอสี่เหลี่ยม ทำให้การแสดงผลแตกต่างกัน ก็กว่าจะทำความเข้าใจกันได้ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

4. สู้กับลูกค้าตรงๆ ในหลายครั้งที่ต้องต่อสู้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นแบบเบาๆ ไปจนถึงขั้นหนักๆ ก็ต้องปล่อยลูกค้าให้จากไป ในบางครั้งยอมปล่อยไป แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ได้เป็นลูกค้าของคุณนะ เพียงเพื่อเราจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันจนถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด เป็นแค่เพียงไม่ใช่ลูกค้าในปัจจุบันเท่านั้น เรายังคงติดต่อกันได้ วันนี้ยังพูดไม่รู้เรื่อง ว่าหน้า ลองใหม่อีกสักครั้งได้

5. มีแผน 2 สำลองอยู่เสมอ ในทุกๆ ครั้งที่ผมได้ออกเว็บให้กลับลูกค้าเองนั้น จะออกแบบอย่างน้อยๆ ก็ 2 แบบให้ดูแบบเแรกก่อน และเมื่อไม่ถูกใจ ก็จะมีแบบที่ 2 ตามออกมา เหมือนทำให้เรารู้ทิศทาง ความชอบของลูกค้านั้นๆ ด้วยนะครับ แต่ในที่สุดแล้วนั้น ในแต่ละเว็บที่เราได้ออกแบบ ในบ้างครั้งเราก็จะต้องใส่ชื่อเราในส่วน Footer ด้านล่างของเว็บว่าเราออกแบบนั้น เราก็สามารถนำมาบอกว่าเป็นผลงานของเรา แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราส่งงานกลับไปให้ลูกค้าดูแล ลูกค้าก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนหน้าตาเว็บ เราก็คงต้องเอาชื่อเราออกนะ แต่เรายังมีสำลองเอาไว้บอกได้ว่า ก่อนหน้านั้น เราออกแบบเอาไว้อย่างไร

สุดท้ายแล้วนั้น ยังไงลูกค้าก็จะมีไอเดียดีๆ มาให้คุณตลอดเวลาทั้งการออกแบบ ทั้งการใช้สี ผมไม่ได้บอกให้ยอมรับมันนะ เพียงเข้าใจถึงตัวเขา เราก็ต้องทำให้ตามที่คิดที่ควร ด้วยการแนะนำ ลูกค้าที่ดีๆ ให้โอกาศการออกแบบ เชื่อใจยังมีอยู่เยอะนะครับ ลูกค้าของผม บางคนยังไม่เคยไปพบเจอกันเลยก็มีนะ แถมสามารถปิดงานจบได้ถูกใจ ผมว่านี้คิดลูกค้าในฝันของหลายๆ คนเลยนะครับ ที่ไม่จำเป็นต้องนัดเจอ ใช้ความเชื่อใจกันเต็มๆ

 

 

 

Pin It on Pinterest