เข้าสู่ยุคการตลาด 4.0 รออะไรกัน เขาไปกันหมดแล้ว

เข้าสู่ยุคการตลาด 4.0 รออะไรกัน เขาไปกันหมดแล้ว

เข้าสู่ยุคการตลาด 4.0 ยุคที่ความสำเร็จของการทำธุรกิจ ขึ้นกับ อำนาจที่อยู่ในมือของผู้บริโภค ที่เชื่อมโยงถึงกัน

มาย้อนรอยวิวัฒนาการการตลาด และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค Marketing 4.0 หรือ การตลาด 4.0 เวลาที่ได้ยินแล้ว หมายถึง การตลาดที่ต้องทำบนเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด? ต้องมีนวตกรรมแห่งอนาคตเข้ามาจัดการมั๊ย? คำตอบ คือ ไม่ใช่ครับ! แต่มันคือการที่เราที่เป็นนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจ ต้องทำการตลาดกับผู้บริโภค ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป มีรูปแบบเป็นผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่มีทัศนคติว่า “เทคโนโลยีทำให้ชีวิตดีขึ้น”

(more…)

ทางรอดพร้อมโอกาส หรือ ความกังวลและยอมถูกทำลาย คุณเลือกที่จะเป็นได้

ทางรอดพร้อมโอกาส หรือ ความกังวลและยอมถูกทำลาย คุณเลือกที่จะเป็นได้

ทางรอดและโอกาส (Chance)

หรือ มองด้วยความกังวลและยอมถูกทำลาย (Disrupt) อยู่ที่คุณเลือก…มอง กับ ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ หรือ e-Marketplace ธุรกิจในโลกยุคดิจิตอล มองเห็นเป็น เมื่อโลกยุคดิจิตอล ยุคที่มนุษย์ถูกลดบทบาท แต่เทคโนโลยีจะฉลาดขึ้นเรื่อยๆแทน ยุคที่เข้าถึงข้อมูลมหาศาล การเชื่อมต่อของผู้คนทั่วโลก ผ่าน Social Media ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิคส์ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น คอมพิวเตอร์ แท๊ปเล็ต หรือ สมาร์ทโฟน เกิดขึ้นได้ทันที ทุกที่ทุกเวลา หรือจะลองอ่านบทความครั้งก่อนที่เคยกล่าวเอาไว้ ลดความเสี่ยง พร้อมรับวิกฤติ ต่อยอดธุรกิจ ด้วย Online-Offline Marketing

ยุคที่สร้างคนรุ่นใหม่ ที่เรียกว่าคนยุค Gen C หรือ Generation Connected ที่ไม่ได้แบ่งตามช่วงอายุ แต่แบ่งตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ โดยไม่จำกัดอายุ เช่น อาจเป็นคุณปู่ที่เล่นไลน์คุยกับเพื่อนหรือหลาน คุณแม่ที่ชอบช้อปปิ้งออนไลน์ คุณพ่อที่ชอบติดตามข่าวจากเวบไซด์ หรือจะเป็น คุณลูกที่เล่นเกมส์บนมือถือ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก และจะเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆด้วยครับ มีการใช้ชีวิตแบบ Digital Lifestyle มองโลก online และ offline เป็นการใช้ชีวิตปกติประจำวันไปแล้ว และนี่คือ ผู้บริโภคยุคดิจิตอลครับ

และเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน โมเดลการตลาดก็คงต้องเปลี่ยนแปลง ตามผู้บริโภคไปด้วย เมื่อผู้ซื้อไม่อยากเดินทาง อยากซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะรู้สึกว่ามีความสะดวกสบายมากกว่า กับโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ จึงมีตลาดช่องทางใหม่เกิดขึ้น นั่นคือ e-Marketplace หรือ ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ต้องการซื้อของผ่านช่องทางใหม่มากกว่าจากทางช่องทางแบบเดิมๆ ทีนี้ตลาดนัดร้านค้าบนดิน ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นตลาดนัดร้านค้าบนอากาศ เพื่อรองรับความต้องการตรงส่วนนี้ ก็ถ้าขายอยู่กับพื้นดิน แล้วต้องนั่งตบยุง หาวแล้วหาวอีก ไม่มีลูกค้าเข้ามา แล้วเราจะยังนั่งรอความหวัง แบบนั้นอยู่เหรอครับ

แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับ eMarketplace หรือตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ เรามาดูไทม์ไลน์ของ “ตลาดนัด” กันก่อน

“ตลาดนัด” หรือ “Marketplace” คำที่เราคุ้นเคยและสำหรับตัวเราเอง ในสถานะ “ผู้ซื้อ” ต้องยอมรับว่า พอได้ยินคำว่า “ตลาดนัด” ก็ดูจะน่าสนใจและดึงดูดได้มากกว่า คำว่า “ร้านค้า” ธรรมดาทั่วไป เพราะหมายถึง เป็นสถานที่ๆรวบรวมร้านค้าต่างๆไว้มากมาย มีความสะดวก สามารถเลือกชมเลือกซื้อสินค้า ได้หลากหลายชนิด โดยในช่วงแรกนั้น จะเป็นการนำพื้นที่ดินว่าง มาแบ่งเป็นล๊อคสี่เหลี่ยม จัดสรรพื้นที่ให้ผู้ค้ารายย่อยทั่วไป เข้ามาจับจอง เช่าพื้นที่ และ เก็บค่าเช่าพื้นที่จากผู้ค้า เพื่อเปิดเป็นร้านขายของ มิได้ตั้งอยู่ประจำ ทุกวัน จัดให้มีขึ้นเฉพาะในวันที่กำหนดเท่านั้น เช่น ในชุมชนที่เราอยู่ จะมีตลาดนัดทุกวันศุกร์ หรือ ตลาดนัดสวนจตุจักรจะมีคนพลุกพล่าน ในช่วงวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์

ต่อมา “ตลาดนัด” เดินทางมาถึงช่วงที่ ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่(Modern Trade) จัดสรรพื้นที่บางส่วนในโครงการ มาแบ่งเป็นล๊อคหรือห้อง เพื่อให้ผู้ค้าทุกระดับ ทั้งรายย่อยและบริษัทเข้ามาจับจอง เช่าพื้นที่ เป็นศูนย์รวมร้านค้าจำหน่ายสินค้าและบริการกับลูกค้าทั่วไป เช่น 1. ห้างสรรพสินค้า (Department Store) เช่น เซ็นทรัล เดอะมอลล์ 2. ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Supercenter) หรือไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือ ดิสเคานต์สโตร์ เช่น บิ๊กซี เทสโก้โลตัส คาร์ฟูร์ 3. ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) เช่น ท็อปส์

จากที่กล่าวมานั้น จัดรวมอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า ตลาดนัดร้านค้าออฟไลน์ หรือ Offline Marketplace เพราะต้องมีหน้าร้าน มีคนขาย คนซื้อก็ต้องไปเลือกซื้อสินค้าจากร้านโดยตรง จับต้องได้ จ่ายเงิน และได้ของกลับมา เปิด-ปิดร้านเป็นเวลา ต้องมีการจัดเตรียมstockสินค้า ไว้ภายในร้าน ครับ

แล้วเมื่อเราก็เดินทางมาถึงยุคดิจิตอลแล้วครับ ยุคที่ “โอกาส อยู่ใน อากาศ” คุณจะคว้าไว้มั๊ย? ทางรอดพร้อมโอกาส ด้วยเครื่องมือที่มีชื่อว่า”e-Marketplace ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์”

เริ่มจากมารู้จักกันก่อนครับว่า e-Marketplace ย่อมาจาก Electronic Marketplace หรือ ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ คืออะไร? คำตอบคือเป็นเว็บไซต์สื่อกลาง ที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นตลาดกลางหรือตลาดนัด ที่รวบรวมสินค้า การติดต่อซื้อ-ขายสินค้า บริการ ธุรกิจ จากบริษัท หรือ ร้านค้าออนไลน์ จำนวนมากไว้ด้วยกัน เป็นตลาดนัดออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่สามารถเปิดขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากทุกที่ และจากผู้ซื้อ-ผู้ขายที่มาจากทั่วโลกนั่นเองครับ การขายสินค้าบน e-Marketplace นั้น เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ทุกขนาดทุกระดับครับ ไม่ว่าจะร้านเริ่มต้นหรือร้านในสเกลใหญ่ๆ หรือถึงระดับบริษัทกับบริษัท โดยสามารถแบ่งe-Marketplace ตามประเภทการทำธุรกิจ (Business Type) คือ

B2B e-Marketplace

ตลาดกลางการค้าระหว่างธุรกิจหนึ่งกับอีกธุรกิจโดยตรง เช่น การสั่งซื้อสินค้า หรือ วัสดุการผลิตจากผู้ผลิต เพื่อที่จะนำไปแปรรูป หรือนำไปขายต่อยังผู้บริโภคอีกที โดยจะเป็นการซื้อทีละมากๆครับ

B2C e-Marketplace

เป็นตลาดกลางการซื้อ-ขายระหว่างร้านค้าออนไลน์ (Business) กับลูกค้าทั่วไป (Consumer) โดยในลักษณะการซื้อสินค้าส่วนใหญ่ จะเป็นการซื้อแบบปลีก หรือซื้อทีละจำนวนไม่มาก

e-Marketplace ตามประเภทของสินค้า (Products Type)  ที่รวบรวมสินค้า ทุกชนิด ทุกประเภทไว้ด้วยกัน เช่น Lazada Shopee Alibaba Amazon หรือจะเป็น Marketplace ที่ขายสินค้าเฉพาะกลุ่มหรือประเภทของสินค้า เช่น

Wazzadu

พบกับ 20000 ไอเดียตกแต่ง 18000 สเปคสินค้า 600 บริษัทสถาปนิก ช่างมือโปร และสังคม ออนไลน์ของคนรักการแต่งบ้านกว่า 50000 คน.

Blisby

ตลาดออนไลน์ที่รวบรวมไอเดีย งานประดิษฐ์ ศิลปะ DIY ของวินเทจ อุปกรณ์งาน ฝีมือต่างๆ ของขวัญชิ้นพิเศษ และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ.

Pinsouq

ตลาดซื้อขายสินค้าฮาลาลออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด คัดสรรค์สินค้าคุณภาพจากทั่วประเทศไทย เปิดขายกับเราฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย.

Konvy

เครื่องสำอางแบรนด์ดังกว่า 1,000 แบรนด์ทั่วโลก รอให้ช้อปออนไลน์ในราคาพิเศษสุด ไอเท็มความงามสุดฮิต อัพเดทโปรฯใหม่ทุกสัปดาห์ แบรนด์ดังชั้นนำทั่วโลก สวยปิ๊ง ครบทั้งตัว

ทางรอดพร้อมโอกาส กับ ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ หรือ e-Marketplace สามารถทำอะไรได้ และมีข้อดีอย่างไรบ้าง

9

ลดระยะเวลาในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด

9

โปรโมทสินค้าแหล่งเดียว กระจายไปทั่วโลก

9

ลดต้นทุนในการโฆษณาประชาสัมพันธ์

9

ลดต้นทุนในการนำเสนอการขาย

9

มีระบบสนับสนุนทำให้การขายสินค้าและบริการเป็นเรื่องง่าย

9

แบ่งประเภทสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ สะดวกด้านการค้นหาสินค้าของลูกค้า

 

9

ค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่ การจ้างพนักงาน

9

ขยายสาขาของร้านเราเพิ่มไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการลงทุน

9

เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้มากขึ้น กว่าการวางขายแค่หน้าร้าน หรือเปิดร้านค้าออนไลน์แค่เพียงที่เดียว

9

สร้างโอกาสทางการค้าตลอด 24 ชั่วโมงใน 7 วัน

 

แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย…บนโลกออนไลน์ ที่จะให้ลูกค้าเจอ และตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านเรา แต่ก็ไม่ยาก…จนไม่สามารถทำได้ครับเนื่องจากร้านค้าออนไลน์มีเป็นจำนวนมาก ถึงแม้เรามีการเปิดร้านค้ามีเว็บของเราเองอยู่แล้ว แต่การที่เรานำร้านไปลงขายใน e-Marketplace ด้วยนั้น ทำให้ค้นหาเจอร้านของเราได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยกับการหาลูกค้าเอง ทำเวบไซต์ทำเพจเอง ไม่ต้องหาทราฟฟิกเอง ถึงแม้ไม่มีความเชี่ยวชาญ Internet Marketing ก็สามารถขายของได้ เพราะ e-Marketplace จะทำหน้าที่หาทราฟฟิกจากทั้งลูกค้าใหม่ และฐานลูกค้าเดิม ให้มาซื้อของเรื่อยๆครับ ร้านค้ามีหน้าที่แค่โฟกัสกับสินค้าของตัวเอง และมาขายบน e-Marketplace ปรับปรุงคลังสินค้าให้ถูกต้องเสมอ ที่เหลือก็จะเป็นส่วนของกลยุทธิ์แล้วว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าของร้านเราอยู่ในตำแหน่งที่ดีของ e-Marketplace  พร้อมทั้งเราเองก็ต้องพยายามสร้างทราฟฟิกให้กับร้านค้าของเราบน e-Marketplace ด้วย ไม่ควรรอแต่ทราฟฟิกที่จะเกิดจากทาง e-marketplace ทางเดียวครับ

เวลาที่ลูกค้าค้นหาอาจจะเจอที่ e-Marketplace อันดับ 1 ต่อจากนั้นอยู่ที่เว็บของเราเอง คนซื้อก็จะมองว่า ร้านเรามีช่องทางการจัดจำหน่ายเยอะ มีความสะดวก ยิ่งถ้าเจอร้านเราหลาย platform เช่น จะซื้อที่ Lazada ก็เจอเรา ซื้อที่ Shopee ก็เจอเรา ยิ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มช่องทางในการขาย ให้กับร้านของเราครับและการที่เราเปิดร้านใน e-Marketplace นั้น เหมือนกับการขายของที่เราเข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่คนซื้อก็รู้สึกว่าของของเราไว้ใจได้ คุณภาพใช้ได้ และบริการน่าจะใช้ได้ เพราะด้วยมาตรฐานของแต่ละ Platform ที่ได้กำหนดไว้ และสุดท้ายนั้น เขาเหล่านั้นอาจจะลองเข้ามาดูเว็บไซต์ของทางเราเองด้วย เพื่อให้แน่ใจหา เรานั้นมีตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่ไก่กา จากไหน ก็ช่วยทำให้ตัวเราเองนั้น มีตัวตนในสังคมออนไลน์มากยิ่งขึ้น และลูกค้าก็จะค้นหาจากชื่อของเราตรงๆ ได้อีก เป็นการชนะ หรือ Win Win ไปด้วยกัน

ส่วนกลยุทธเรื่องการตัดราคาแข่งกันนั้น แทนที่จะลงไปแข่งกันในเรื่องนี้ ให้หันไปคิดกลยุทธ์อื่นๆแทน เพราะแม้ขายราคาถูกจริง แต่หากไปอ่านรีวิว ก็อาจจะพบว่า ลูกค้าตำหนิเรื่องคุณภาพสินค้า เป็นต้น ดังนั้น บน Marketplace มีเรื่องของความโปร่งใสด้วย สินค้าต้องมีคุณภาพ เป็นของดี ไม่งั้นลูกค้าที่เคยซื้อไปจะรีวิวแย่ๆ บ่อยๆ เข้าร้านก็อยู่ไม่ได้ หรืออาจจะโดน Marketplace ถอดร้านออกได้ แต่ถ้าหากของคุณภาพดี จัดส่งไว ตอบกลับไว ลูกค้าประทับใจ คะแนนอะไรๆก็ดี Ranking อยู่อันดับดีๆครับ เปลี่ยนเป็นกลยุทธ์ ในเรื่องคุณภาพของสินค้าที่ดีกว่า หรือการตอบรับหรือการให้บริการลูกค้า ซึ่งบางแพลตฟอร์มเช่น Lazada ก็สามารถให้พูดคุยกับลูกค้าได้แล้ว การให้บริการลูกค้าแบบรวดเร็วทันใจ มีการพูดคุยที่ให้ข้อเท็จจริง และสุภาพอ่อนน้อม สามารถเป็นจุดขายที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ หรือลูกค้าอาจตัดสินใจซื้อของของเราทันที

ธุรกิจออนไลน์ เหมือน “โอกาสและเงินอยู่ในอากาศ” เพียงแต่ว่าคุณต้องลงมือทำ ทดลองกับมัน เริ่มแต่วันนี้ เราเรียนรู้เร็ว เราก็มีประสบการณ์เร็ว จะได้รู้ว่าจะใช้วิธีการไหนที่เหมาะสมกับสินค้าและตัวตนของเราจริง ๆ และก็ขยันกับอดทน ขยันหาความรู้ ขยันลองผิดลองถูก ขยันทำ ลงมือทำ สุดท้าย คุณก็จะเป็นคนที่มองเห็น ทางรอดพร้อมโอกาส (Chance) แทนที่จะเป็นคนที่เฝ้ามอง การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิตอล ด้วยความกังวลและยอมถูกทำลาย (Disrupt)

 

It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.

“ผู้ที่อยู่รอด” ไม่ได้หมายความถึง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด หรือ ฉลาดที่สุด แต่หมายถึง “ผู้ที่สามารถปรับตัว” รับการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าครับ

Charles Darwin

Charles Darwin

It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.

“ผู้ที่อยู่รอด” ไม่ได้หมายความถึง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด หรือ ฉลาดที่สุด แต่หมายถึง “ผู้ที่สามารถปรับตัว” รับการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าครับ

ลดความเสี่ยง พร้อมรับวิกฤติ ต่อยอดธุรกิจ ด้วย Online-Offline Marketing (O2O)

ลดความเสี่ยง พร้อมรับวิกฤติ ต่อยอดธุรกิจ ด้วย Online-Offline Marketing (O2O)

ลดความเสี่ยง (Risk Reduction)…อะไรคือความเสี่ยง

ความเสี่ยงคือการที่เรากลัว หรือไม่กล้ามันคงไม่ใช่อย่างนั้น แต่ความเสี่ยงในการทำธุรกิจ คงพูดได้ว่า มันคือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ หรือรู้ให้ได้ก่อน แล้วเราจะสามารถควบคุมความเสี่ยงนั้นๆ ได้ โอกาสที่เราจะชนะในเกมธุรกิจ ก็จะมากขึ้นตาม อะไรที่เรียกได้ว่า คือความเสี่ยง เช่น ปั่นจักรยานให้ถึงที่หมายให้เร็วที่สุด งั้นเราไปปั่นบนทางด่วนสิ อันนี้ก็เสี่ยงเลยละครับ รถบนทางด่วนก็วิ่งเร็วกว่าเรา โอกาสเกิดอุบัติเหตุมีได้สูง เราก็ต้องลองหาเส้นทางอื่นๆ ดู ที่ทำให้เรายังไปได้เร็ว แต่ไม่เกิดอุบัติเหตุ นั้นละครับ คือ การควบคุมความเสี่ยง

ความเสี่ยง(Risk)…การทำธุรกิจในปัจจุบัน ที่โลกกำลังเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ยุคดิจิตอล อย่างเต็มตัว ที่การติดต่อสื่อสาร เชื่อมโยง เข้าถึงข้อมูลได้อย่างไร้พรมแดน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังจะเป็น ความเสี่ยงของเรา คือ…. เมื่อมีผู้ที่มีความต้องการสินค้าบางอย่าง อาจจากจังหวัดอื่นๆ หรือ จากประเทศอื่นๆทั่วโลกก็ได้ และสินค้าเราก็ตรงกับความต้องการนั้น แต่เขาเหล่านั้น ไม่รู้จักสินค้าเรา ไม่รู้ว่าเรามี ไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน นั่นคือ… ทำให้เราเสียโอกาสในการที่จะขายสินค้าได้ เกิดความเสี่ยง ที่สินค้าเราที่ผลิตออกมา จะเหลือตกค้างอยู่ในสต๊อค เกิดความเสี่ยง ที่จะขาดทุน เพราะรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

เราจะต้องทำอย่างไร…ก่อนหน้านั้น แนวทางการทำการตลาด ก็คงลงประกาศตามช่องทางเดิมๆ เช่น ลงโฆษณาทางทีวี วิทยุ นิตยาสาร แจกใบปลิว ออกบูธ ซึ่งต้นทุนค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะสูงมาก ธุรกิจรายย่อย ร้านค้าเล็กๆ คงไม่มีทุนมากพอ ที่จะทำการตลาดแบบนี้ได้ แต่ในปัจจุบันนี้ ยุคของการตลาดออนไลน์ เส้นทางเดิมๆ ก็คงเริ่มหายไป ทุกคนมาสู่โลกออนไลน์ ที่มีคนเข้าถึงได้ง่าย และมากกว่า อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด ก็ถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับ การตลาดแบบเดิมๆ โอกาสที่จะรับรู้ว่าเราเป็นใคร ก็มากขึ้นตามไปด้วย

พลังของโลกออนไลน์ เพื่อต่อยอด หรือ โอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ

นั่งรอเพื่อให้เกิดธุรกิจ กับการตลาดออฟไลน์ ด้วยตัวเลข 10% :
ถ้าวันนี้คุณเปิดร้านค้าที่ตั้งอยู่จริงที่การซื้อ-ขายเป็นลักษณะเห็นหน้ากัน ใน 1 วันอาจมีคนเดินผ่านและเห็นร้านคุณ 100 คน มี 10% ใน 100 คน หมายถึง 10 คน ที่สนใจสินค้า และแวะเข้ามาที่ร้านคุณ และมี 10% ใน 10 คนนั้น ตัดสินใจ ซื้อสินค้าคุณ นั่นหมายความว่า วันนั้นคุณปิดการขายได้ 1 คน

เลือกทำธุรกิจ บนการตลาดออนไลน์ กับตัวเลข 1% :
แล้วถ้าคุณเปิดร้านค้าบนโลกออนไลน์ ด้วยความสามารถในการ เข้าถึงลูกค้า ทุกที่ ทุกเวลา และกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ใน 1 วัน อาจมีคนเห็นร้านคุณ 100,000 คน ถ้ามีเพียง 1% ใน 100,000 คน คือตัวเลข 1,000 คน ที่สนใจสินค้า และถ้ามีเพียง 1% ใน 1,000 คนนั้น ตัดสินใจ ซื้อสินค้าคุณ นั่นหมายความว่า วันนั้น คุณปิดการขายได้ 10 คน

คุณได้เห็น ได้คิดอะไรจากตัวเลขนี้มั๊ยครับ..

ปัจจัยความเสี่ยง (Risk Factor)

สาเหตุของวิกฤติ และ เพิ่มความเสี่ยง ของธุรกิจแบบออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มีคู่แข่งขันรายใหม่ เข้ามาแย่งชิงลูกค้าในพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง ที่ไม่เหมือนเดิม ลูกค้าไม่มากเท่าเดิม ไม่สะดวกต่อการดำเนินธุรกิจ จากผลกระทบของนโยบายภาครัฐ เช่น การเวนคืนที่ดิน ก่อสร้างถนน สร้างสะพาน หรือไม่สามารถทำธุรกิจ ในพื้นที่เดิมได้ ที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ที่ปรับราคาสูงขึ้น ไม่ได้รับการต่อสัญญาเช่าพื้นที่ พื้นที่ถูกนำไปประกอบธุรกิจประเภทอื่น หรือ แม้แต่ภัยทางธรรมชาติ ที่เป็นปัจจัยความเสี่ยง มีผลกระทบ ทำให้ตัวเลขจำนวนลูกค้าของคุณ ลดลง หรือ กลายเป็นศูนย์ได้เลยครับ

บริหารความเสี่ยง (Risk Management)

ดีกว่ามั๊ยครับ…ถ้าวันนี้ คุณเลือกที่จะมีธุรกิจ รองรับทั้ง 2 ช่องทาง เพราะหัวใจสำคัญ ของการตลาดในวันนี้ คือการผสมผสาน การตลาดทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์เข้าด้วยกัน เป็นหนึ่งเดียว เป้าหมายเพื่อ ให้ได้ลูกค้าหรือรายได้มากที่สุด ไม่จำเป็นต้องเลือกทำเพียงทางเดียว ขึ้นกับลักษณะและประเภทธุรกิจ และสุดท้าย ได้เป็นตัวช่วย ลดความเสี่ยง(Risk Reduction) ลดผลกระทบ กระจายความเสี่ยง(Risk Sharing) และ เพิ่มความได้เปรียบ พร้อมรอรับวิกฤติ ในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย

ประเมินความเสี่ยง (Risk Assesment)

ซึ่งถ้าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรารู้ว่า ก่อนที่จะเกิดผลกระทบกับธุรกิจของเรานั้น มีอะไร ส่งผลอย่างไร แล้วเราเองนั้นจะป้องกัน โต้ตอบความเสี่ยงได้อย่างไร สุดท้ายนั้นคือ การคืนสภาพต่างๆ ถ้าเกิดว่าเรานั้นอยู่ในความเสี่ยงมากๆ แล้วได้ผลกระทบจริงๆ เราจะกลับมายืนในจุดเดิมได้อย่างไร.

และ www.thailandpostmart.com : “ศูนย์รวมสุดยอดของดีจากชุมชน ส่งตรงถึงบ้าน” คืออีกหนึ่ง Market Place ตลาดร้านค้าออนไลน์ที่สนับสนุนการตลาด จากออฟไลน์ สู่ ออนไลน์(O2O) ด้วยวัตถุประสงค์ เพื่อกระจายการรับรู้ เพิ่มโอกาสในการขาย สนับสนุนช่องทาง เพื่อเพิ่มศักยภาพ ผู้ประกอบการไทย ให้สามารถ ปรับตัวรับการ เปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิตอล แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อในตอนต่อไปว่าเขาทำการตลาดอย่างไร ทำไมเราที่เป็นผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจ คุณจะเพิ่มโอกาสในการขายของคุณได้อย่างไร

7 คำศัพท์การตลาด ออนไลน์ทรงพลังที่ต้องรู้ เพียงสะสมความรู้วันละนิด

7 คำศัพท์การตลาด ออนไลน์ทรงพลังที่ต้องรู้ เพียงสะสมความรู้วันละนิด

คำศัพท์การตลาด มีอยู่มากมายในช่วงแรกๆ ที่ได้มีโอกาสทำงานด้านการตลาด เวลาเข้าห้องประชุมทำเอางงได้จริงๆ งงที่ไม่รู้ว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ พอทำให้นึกถึงภาษา IT ในสมัยที่ยังคงทำงานสายนั้น พอรู้ตัวก็เริ่มเข้าใจความหมายของแต่ละคำแล้วนำไปใช้ประโยชน์ในงานปัจจุบัน ช่วยได้เยอะเลย ถ้าเราได้คุยภาษาเดียวกัน หรือเข้าใจความหมายของคำนั้นๆ เริ่มต้นเก็บสะสมความหมายของมันโดยไม่ต้องจำ  เมื่อธุรกิจในปัจจุบัน และอนาคต แนวโน้มเป็นธุรกิจที่ เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเรื่อยๆ การตลาดและเทคโนโลยี จึงกลาย เป็นของคู่กัน เราจึงหลีกเลี่ยง ที่จะไม่เจอ คำศัพท์เกี่ยวกับ “การตลาดออนไลน์” ไม่ได้เลยครับ

มาเริ่มต้นทยอย เก็บสะสม ทำความเข้าใจ ความหมายของ “คำศัพท์การตลาด” ด้วยคำศัพท์ง่ายๆ กันก่อนนะครับ 

U

SEO

ย่อมาจาก Search Engine Optimization แปลแบบเข้าใจง่ายคือ การทำอันดับของเว็บไซต์เพื่อให้ไปแสดงอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหาบน Google Search ซึ่งการจะทำให้เว็บไซต์แสดงผลในอันดับที่ดีได้นั้น ประกอบไปด้วยการพัฒนาเนื้อหาของเว็บไซต์ (content) และโครงสร้างของเว็บ (site structure) เพื่อให้ search engine เช่น Google, Yahoo, Bing เข้ามาอ่านข้อมูลและทำความเข้าใจได้ง่าย เพื่อที่จะนำไปจัดอันดับในการแสดงผลบนผลการค้นหาต่อไป

การที่เว็บไซต์ของเราจะแสดงผลติดอันดับอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine นั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าเราจะทำได้นะครับ มีหลายวิธีหรือช่องทางต่างๆ มากมาย ระบบของ Google  เองจะเริ่มทำงานเมื่อเรานั้นสร้างเว็บไซต์เรียบร้อย เขาจะเริ่มตรวจสอบที่ละหน้าทั้งหมดของเรา แล้วรวบรวมเป็นดัชนีของการค้นหา พร้อมจัดอันดับของเรา เมื่อมีคนหรือใครๆ พิมพ์ข้อความค้นหา ระบบจะนำสิ่งเหล่านั้นที่ทำเป็นดัชนีค้นหามาแสดงผล ให้ตรงตามความต้องการ

นั้นหมายความว่าคุณจะต้องทำเว็บของคุณให้สามารถเป็นที่ค้นหา และตรงตามใจของผู้ค้นหาด้วยเช่นกัน โดยทั่วๆ ไปการค้นหาจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ

  1. TITLE หรือชื่อของเว็บไซต์ บริษัท
  2. URL ชื่อ Link ของ Web Address ของเว็บไซต์เรา
  3. Description รายละเอียดของหน้านั้นๆ ในเว็บไซต์ของเรา

Search Engine จะเห็นข้อมูลเหล่านี้ในระบบของการเขียนโปรแกรม แตกต่างจากผู้ที่ค้นหาจะเห็นข้อมูลธรรมดาทั่วๆ ไป แต่เราต้องพร้อมที่จะลงมือทำกันได้ ไม่ได้ยากเลยนะครับ เช่น

  • ข้อมูลบนเว็บไซต์ของเรา ต้องไม่ได้ไปลอกเรียนแบบใครเขามา เป็นตัวตนของเราเอง
  • มีเนื้อหาและข้อมูลที่พร้อม มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่ได้บอกว่าจะต้องไปทำอะไร ที่ไหนต่อ แบบนี้ไม่มีประโยชน์
  • หลีกเลี่ยงใช้ข้อความมาตราฐานที่ระบบให้มาหรือโปรแกรมทำเอาไว้ให้เราตั้งแต่ต้น แนะนำให้เปลี่ยน
  • เขียนรายละเอียดของแต่ละหน้าให้แตกต่างกันออกไป ไม่ควรที่จะซ้ำกัน
  • ตั้งชื่อโดเมนให้อ่านและเข้าใจได้ง่าย เช่น chittakorn.com
  • ห้ามใช้ URL ที่เป็นระบบโปรแกรม แต่เปลี่ยนมาใช้เป็นที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย เช่น www.chittakorn.com/?=1blog=latest เปลี่ยนมาเป็น www.chittakorn.com/blog_latest 

ที่สำคัญคือเว็บไซต์ของคุณต้องมีประโยชน์ต่อผู้ค้นหา

T

SEM

ย่อมาจาก Search Engine Marketing หมายถึงการทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต นั่นก็คือการซื้อโฆษณาแบบจ่ายเงินกับ search engine เพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นมาอยู่บนหน้าแรกของเสิร์ชเอนจิ้นนั้นๆ อาทิ Pay Per Click (PPC)

และด้วยวิธีการจากข้างบนมีข้อเสียคือใช้เวลานานกว่าระบบของ Google เองจะตรวจสอบ และทำดัชนีที่เว็บไซต์ของเรา ดังนั้นวิธีที่จะทำให้เห็นผล และรวดเร็วที่สุดในการแสดงผลให้หน้าแรกของการค้นหาก็คือ การใช้บริการโฆษณานั้นเอง

ด้วยหลักการง่ายๆ คือคิดว่าลูกค้าของเราจะค้นหาเราด้วย คำ วลี ใด เราก็สามารถซื้อคำเหล่านั้นด้วยบริการของ Google ที่เรียกว่า Google Adword โดยมีค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายนั้นก็คิดแตกต่างตามการใช้งานที่เขามีบริการให้ สามารถไปลงทะเบียนใช้งานได้ครับ เบื้องต้น Google ก็ใจดีจะให้ใช้บริการฟรี พร้อมด้วยค่าโฆษณาเบื้องต้น 1,500 บาท กดตาม Link ได้เลยครับ อีกทั้งมีการดูแล พูดคุยด้วยกับเราด้วยนะครับ คนไทย คุยภาษาไทยกันเลย ถามไปเลยทำอย่างไร ทำยังไง เขาพร้อมให้บริการแบบเต็มใจ อีกทั้งบอกเราหมดทุกอย่าง ไม่ต้องไปตามหาที่อื่นๆ แล้ว

PPC

ย่อมาจาก Pay Per Click หมายถึงการจ่ายเพื่อซื้อโฆษณาต่อคลิก ซึ่งเป็นวิธีส่งเสริมการขายที่นิยมและมีประสิทธิภาพ โดยผู้ลงโฆษณาจะต้องสร้างแคมเปญและกำหนดเป้าหมายผู้ชมโดยใช้เครื่องมือ PPC เช่น Google AdWords โดยพวกเขาจะจ่ายค่าโฆษณาก็ต่อเมื่อมีคนคลิกบนกราฟิกของพวกเขาเท่านั้น

การที่ผู้ค้นหา หาเจอเราแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เขารู้สึกว่าต้องกดที่ Link ของเราละครับ นึก นึก น่าจะนึกออกนะครับ ถ้านึกไม่ออกก็ลองค้นหาคู่แข่งของเราดู​แล้วดูว่าเขาเขียนอย่างไร

แต่ไม่ต้องไปโกรธคู่แข่งนะ แบบว่าจะเอาคืน โฆษณาจังเลย จ่ายเมื่อกดใช่มั้ย เราก็ กด กด กด เลย เขาจะได้เสียเงินเยอะๆ ไม่จริงครับ  ในการโฆษณานั้นๆ สามารถที่จะกำหนดวงเงินในการโฆษณาได้เช่นกัน เมื่อเงินที่ใช้สำหรับโฆษณาหมด โฆษณาก็ไม่แสดงผล เท่านั้นเอง ไม่มีงบบานปลายครับ เสียใจด้วย

สะสมความรู้วันละนิด

CTA

ย่อมาจาก Call-to-action หมายถึงปุ่ม ป้ายแบนเนอร์ ตัวอักษร หรือกราฟิกชนิดใดชนิดหนึ่งที่อยู่ บนเว็บไซต์ ซึ่งเมื่อผู้ใช้คลิก จะพาผู้ใช้ไปสู่หน้าเว็บไซต์ที่นักการตลาดมุ่งหวังให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เข้าไปดู เพื่อที่จะวัดผลว่ามีจำนวนคนคลิกไปทั้งหมดกี่ครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจในส่วนนี้คือ จะทำอย่างไร ให้เขาเหล่านั้น หรือคนที่เราคิดว่าจะให้มาเป็นลูกค้าของเรา เกิดการกระทำด้วยการกด ดึงดูดความสนใจ จูงใจ จนเกิดการกด โดยส่วนมากจะพบเจอกับคำว่า รับส่วนลดพิเศษ…กดเลย หรือสินค้าทีเหมาะสมสำหรับคนผิวบางร่างน้อย ที่มีนัดพิเศษกับคนพิเศษ สิ่งเหล่านี้ละครับ ที่จะหลอกเรา หรือเชิญชวนให้เกิดการกระทำ

i

CONTENT MARKETING

หลักการทำการตลาดผ่านการนำเสนอ “เนื้อหาที่มีประโยชน์” ทั้งในรูปแบบบทความ รูปภาพ อินโฟกราฟิก หรือวิดีโอให้กับผู้บริโภค โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อทำให้ผู้บริโภคประทับใจจนสามารถจดจำแบรนด์สินค้าได้ และเกิดความจงรักภักดีในแบรนด์ (Brand Loyalty) ในที่สุด เมื่อนั้นผู้บริโภคก็จะเลือกใช้สินค้าหรือบริการของแบรนด์เองโดยที่ไม่จำเป็นต้องจูงใจมากนัก

คงเคยได้ยินกันมาแล้วนะครับว่า บางครั้งเราจะเรียก หรือให้ความสำคัญกัน Content จนเรียกว่า  Content is the King เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ต้องเป็นสิ่งที่เราต้องทำตั้งแต่ต้นๆ ทางของการทำธุรกิจ หาเนื้อหาเหล่านั้นให้เจอ แล้วนำมาเล่าเป็นเรื่องราวที่ดูน่าสนใจ พร้อมกับตอบโจทย์ลูกค้าของเราด้วยเช่นกัน

w

VIRAL MARKETING

การตลาดแบบปากต่อปาก คือเทคนิคที่การตลาดใช้กันมาตั้งแต่ก่อนยุคสังคมออนไลน์ โดยใช้วิธีคล้ายกับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ซึ่งทำได้หลายรูปแบบ อาทิ วิดีโอคลิป สิ่งสำคัญคือการให้ข้อมูลที่ลูกค้าเชื่อถือและน่าสนใจมากพอที่จะถูกส่งต่อหรือแชร์ ซึ่งถือเป็นการแพร่กระจายข่าวสารและเร่งยอดขายแบบรวดเร็วได้ในข้ามคืน

INTERNET OF THING

การที่สิ่งต่างๆ ถูกเชื่อมโยงสู่โลกอินเทอร์เน็ต ทำให้มนุษย์สามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ยานพาหนะ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือสื่อสาร บ้านเรือน สำนักงาน เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้า ฯลฯ โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะรวบรวมข้อมูล ตั้งค่าใช้งาน และสั่งการผ่านข้อมูลเหล่านั้น เช่น การเปิด-ปิดผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

จาก 7 คำศัพท์การตลาด บางส่วนในเบื้องต้นคงไม่ได้ทำให้เป็นที่ตกอกตกใจกันนะครับ เพราะยังมีอีกหลายคำที่นี่เราก็คุยกับเขาเหล่านั้นรู้เรื่อง แถมเรารู้ได้มากขึ้นกว่าเดิม พร้อมที่จะเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์กันได้เลย ไชโย ไชโย

ไม่มีคำว่าสายเกินที่จะเรียน แต่ระวังที่จะเรียนสายกัน นะครับ

ธุรกิจออนไลน์ขวัญใจคนไทยแห่งปี 2560 กับ มหกรรมอีคอมเมิร์ซแห่งชาติ

ธุรกิจออนไลน์ขวัญใจคนไทยแห่งปี 2560 กับ มหกรรมอีคอมเมิร์ซแห่งชาติ

ธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันเริ่มมีความตื่นตัวกันมากขึ้น ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ เริ่มที่จะขยับตัวให้ธุรกิจของตัวเองนั้นก้าวทันกับยุคสมัย และยังก้าวทันคู่แข่งที่เริ่มมีกันมากขึ้น แถมการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ สามารถที่จะเปิดตัวได้เร็วและง่ายกว่ายุคสมัยก่อนมาก สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดธุรกิจใหม่มากขึ้นได้ง่าย หนึ่งในนั่นคือการมีเว็บไซต์ของกิจการ เพราะลูกค้าเข้าถึงได้มากขึ้น ลงทุนไม่มาก และที่สำคัญคือ เป็นภาพลักษณ์ขององค์กร กิจการ ลูกค้าจดจำได้ง่าย

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผม นายจิดรกร คำทุ่น ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานในฐานะ ผู้ชนะเลิศเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ขวัญใจคนไทยแห่งปี ในสาขา Favorite in “ChoomChon” Brand of the Year  กับเว็บไซต์ www.myshop.in.th

โดยมีการเฟ้นหาจากการเสนอชื่อและตัดสินจากมหาชนทางระบบออนไลน์ และมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านอีคอมเมิร์ซจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบด้วย กูเกิล เฟชบุ๊ก สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และหน่วยงานพันธมิตร

ซึ่งเว็บไซต์ www.myshop.in.th นี้เปิดมาได้เป็นเวลาปีกว่าๆ ก็ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นชิ้นที่ 2 ของผมแลัวนะครับสำหรับเว็บไซต์นี้ แต่เป็นชิ้นที่ 4 สำหรับผม ผมเองก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ให้เลือกเว็บไซต์ของผมให้เป็นที่ชนะเลิศ ด้วยใจจริงก็เคยบอกว่าไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องทำเว็บไซต์ออกมาให้ได้รางวัล ผมคิดเพียงว่าต้องการให้ชุมชนที่ผมเคยอยู่ เคยพักอาศัยนั้นๆ สามารถเป็นที่รู้จักได้ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถกระจายสินค้าออกไปในวงกว้างได้อย่างไร ก็ลงมือสร้างเว็บไซต์นี้ขึ้นมาเท่านั้นเอง

สิ่งที่ได้จากรางวัลในครั้งนี้

หลังจากที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้แล้ว กลับมานั่งคิดว่าเราเองนั้นเป็นคนที่สร้างโอกาสให้ตัวเอง ไม่ใช่เพราะรอใครให้โอกาสกับเรา เพราะจากความคิดเล็กๆ ที่ได้กลับไปที่บ้านเกิด คือจังหวัดขอนแก่น พบเห็นผู้คน ชาวบ้าน สิ่งที่เขาเหล่านั้นกำลังทำ จุดประกาย จากความสามารถที่ผมมี ที่จะทำสิ่งที่คิดอยู่ให้เป็นจริง จากภาพลักษณ์เดิมๆ ของสินค้าที่เราได้เห็นจนชินตา เป็นสินค้าที่เข้าได้กับทุกสมัย ทุกสถานที่ดูมีราคามากยิ่งขึ้น

ลงมือทำ คือการเริ่มต้นที่ดีที่สุด อย่าได้คิดนาน

ในช่วงนี้คงขยายจำนวนสินค้าให้มากยิ่งขึ้น มีความหลากหลายตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ผมยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ และจะพัฒนาต่อๆ ไป

ให้ลูกค้าประทับใจมากที่สุดครับ นี่ละครับคือรางวัลที่แท้จริงของผม