ทางรอดพร้อมโอกาส หรือ ความกังวลและยอมถูกทำลาย คุณเลือกที่จะเป็นได้

ทางรอดพร้อมโอกาส หรือ ความกังวลและยอมถูกทำลาย คุณเลือกที่จะเป็นได้

ทางรอดและโอกาส (Chance)

หรือ มองด้วยความกังวลและยอมถูกทำลาย (Disrupt) อยู่ที่คุณเลือก…มอง กับ ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ หรือ e-Marketplace ธุรกิจในโลกยุคดิจิตอล มองเห็นเป็น เมื่อโลกยุคดิจิตอล ยุคที่มนุษย์ถูกลดบทบาท แต่เทคโนโลยีจะฉลาดขึ้นเรื่อยๆแทน ยุคที่เข้าถึงข้อมูลมหาศาล การเชื่อมต่อของผู้คนทั่วโลก ผ่าน Social Media ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิคส์ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น คอมพิวเตอร์ แท๊ปเล็ต หรือ สมาร์ทโฟน เกิดขึ้นได้ทันที ทุกที่ทุกเวลา หรือจะลองอ่านบทความครั้งก่อนที่เคยกล่าวเอาไว้ ลดความเสี่ยง พร้อมรับวิกฤติ ต่อยอดธุรกิจ ด้วย Online-Offline Marketing

ยุคที่สร้างคนรุ่นใหม่ ที่เรียกว่าคนยุค Gen C หรือ Generation Connected ที่ไม่ได้แบ่งตามช่วงอายุ แต่แบ่งตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ โดยไม่จำกัดอายุ เช่น อาจเป็นคุณปู่ที่เล่นไลน์คุยกับเพื่อนหรือหลาน คุณแม่ที่ชอบช้อปปิ้งออนไลน์ คุณพ่อที่ชอบติดตามข่าวจากเวบไซด์ หรือจะเป็น คุณลูกที่เล่นเกมส์บนมือถือ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก และจะเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆด้วยครับ มีการใช้ชีวิตแบบ Digital Lifestyle มองโลก online และ offline เป็นการใช้ชีวิตปกติประจำวันไปแล้ว และนี่คือ ผู้บริโภคยุคดิจิตอลครับ

และเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน โมเดลการตลาดก็คงต้องเปลี่ยนแปลง ตามผู้บริโภคไปด้วย เมื่อผู้ซื้อไม่อยากเดินทาง อยากซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะรู้สึกว่ามีความสะดวกสบายมากกว่า กับโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ จึงมีตลาดช่องทางใหม่เกิดขึ้น นั่นคือ e-Marketplace หรือ ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ต้องการซื้อของผ่านช่องทางใหม่มากกว่าจากทางช่องทางแบบเดิมๆ ทีนี้ตลาดนัดร้านค้าบนดิน ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นตลาดนัดร้านค้าบนอากาศ เพื่อรองรับความต้องการตรงส่วนนี้ ก็ถ้าขายอยู่กับพื้นดิน แล้วต้องนั่งตบยุง หาวแล้วหาวอีก ไม่มีลูกค้าเข้ามา แล้วเราจะยังนั่งรอความหวัง แบบนั้นอยู่เหรอครับ

แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับ eMarketplace หรือตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ เรามาดูไทม์ไลน์ของ “ตลาดนัด” กันก่อน

“ตลาดนัด” หรือ “Marketplace” คำที่เราคุ้นเคยและสำหรับตัวเราเอง ในสถานะ “ผู้ซื้อ” ต้องยอมรับว่า พอได้ยินคำว่า “ตลาดนัด” ก็ดูจะน่าสนใจและดึงดูดได้มากกว่า คำว่า “ร้านค้า” ธรรมดาทั่วไป เพราะหมายถึง เป็นสถานที่ๆรวบรวมร้านค้าต่างๆไว้มากมาย มีความสะดวก สามารถเลือกชมเลือกซื้อสินค้า ได้หลากหลายชนิด โดยในช่วงแรกนั้น จะเป็นการนำพื้นที่ดินว่าง มาแบ่งเป็นล๊อคสี่เหลี่ยม จัดสรรพื้นที่ให้ผู้ค้ารายย่อยทั่วไป เข้ามาจับจอง เช่าพื้นที่ และ เก็บค่าเช่าพื้นที่จากผู้ค้า เพื่อเปิดเป็นร้านขายของ มิได้ตั้งอยู่ประจำ ทุกวัน จัดให้มีขึ้นเฉพาะในวันที่กำหนดเท่านั้น เช่น ในชุมชนที่เราอยู่ จะมีตลาดนัดทุกวันศุกร์ หรือ ตลาดนัดสวนจตุจักรจะมีคนพลุกพล่าน ในช่วงวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์

ต่อมา “ตลาดนัด” เดินทางมาถึงช่วงที่ ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่(Modern Trade) จัดสรรพื้นที่บางส่วนในโครงการ มาแบ่งเป็นล๊อคหรือห้อง เพื่อให้ผู้ค้าทุกระดับ ทั้งรายย่อยและบริษัทเข้ามาจับจอง เช่าพื้นที่ เป็นศูนย์รวมร้านค้าจำหน่ายสินค้าและบริการกับลูกค้าทั่วไป เช่น 1. ห้างสรรพสินค้า (Department Store) เช่น เซ็นทรัล เดอะมอลล์ 2. ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Supercenter) หรือไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือ ดิสเคานต์สโตร์ เช่น บิ๊กซี เทสโก้โลตัส คาร์ฟูร์ 3. ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) เช่น ท็อปส์

จากที่กล่าวมานั้น จัดรวมอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า ตลาดนัดร้านค้าออฟไลน์ หรือ Offline Marketplace เพราะต้องมีหน้าร้าน มีคนขาย คนซื้อก็ต้องไปเลือกซื้อสินค้าจากร้านโดยตรง จับต้องได้ จ่ายเงิน และได้ของกลับมา เปิด-ปิดร้านเป็นเวลา ต้องมีการจัดเตรียมstockสินค้า ไว้ภายในร้าน ครับ

แล้วเมื่อเราก็เดินทางมาถึงยุคดิจิตอลแล้วครับ ยุคที่ “โอกาส อยู่ใน อากาศ” คุณจะคว้าไว้มั๊ย? ทางรอดพร้อมโอกาส ด้วยเครื่องมือที่มีชื่อว่า”e-Marketplace ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์”

เริ่มจากมารู้จักกันก่อนครับว่า e-Marketplace ย่อมาจาก Electronic Marketplace หรือ ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ คืออะไร? คำตอบคือเป็นเว็บไซต์สื่อกลาง ที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นตลาดกลางหรือตลาดนัด ที่รวบรวมสินค้า การติดต่อซื้อ-ขายสินค้า บริการ ธุรกิจ จากบริษัท หรือ ร้านค้าออนไลน์ จำนวนมากไว้ด้วยกัน เป็นตลาดนัดออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่สามารถเปิดขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากทุกที่ และจากผู้ซื้อ-ผู้ขายที่มาจากทั่วโลกนั่นเองครับ การขายสินค้าบน e-Marketplace นั้น เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ทุกขนาดทุกระดับครับ ไม่ว่าจะร้านเริ่มต้นหรือร้านในสเกลใหญ่ๆ หรือถึงระดับบริษัทกับบริษัท โดยสามารถแบ่งe-Marketplace ตามประเภทการทำธุรกิจ (Business Type) คือ

B2B e-Marketplace

ตลาดกลางการค้าระหว่างธุรกิจหนึ่งกับอีกธุรกิจโดยตรง เช่น การสั่งซื้อสินค้า หรือ วัสดุการผลิตจากผู้ผลิต เพื่อที่จะนำไปแปรรูป หรือนำไปขายต่อยังผู้บริโภคอีกที โดยจะเป็นการซื้อทีละมากๆครับ

B2C e-Marketplace

เป็นตลาดกลางการซื้อ-ขายระหว่างร้านค้าออนไลน์ (Business) กับลูกค้าทั่วไป (Consumer) โดยในลักษณะการซื้อสินค้าส่วนใหญ่ จะเป็นการซื้อแบบปลีก หรือซื้อทีละจำนวนไม่มาก

e-Marketplace ตามประเภทของสินค้า (Products Type)  ที่รวบรวมสินค้า ทุกชนิด ทุกประเภทไว้ด้วยกัน เช่น Lazada Shopee Alibaba Amazon หรือจะเป็น Marketplace ที่ขายสินค้าเฉพาะกลุ่มหรือประเภทของสินค้า เช่น

Wazzadu

พบกับ 20000 ไอเดียตกแต่ง 18000 สเปคสินค้า 600 บริษัทสถาปนิก ช่างมือโปร และสังคม ออนไลน์ของคนรักการแต่งบ้านกว่า 50000 คน.

Blisby

ตลาดออนไลน์ที่รวบรวมไอเดีย งานประดิษฐ์ ศิลปะ DIY ของวินเทจ อุปกรณ์งาน ฝีมือต่างๆ ของขวัญชิ้นพิเศษ และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ.

Pinsouq

ตลาดซื้อขายสินค้าฮาลาลออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด คัดสรรค์สินค้าคุณภาพจากทั่วประเทศไทย เปิดขายกับเราฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย.

Konvy

เครื่องสำอางแบรนด์ดังกว่า 1,000 แบรนด์ทั่วโลก รอให้ช้อปออนไลน์ในราคาพิเศษสุด ไอเท็มความงามสุดฮิต อัพเดทโปรฯใหม่ทุกสัปดาห์ แบรนด์ดังชั้นนำทั่วโลก สวยปิ๊ง ครบทั้งตัว

ทางรอดพร้อมโอกาส กับ ตลาดนัดร้านค้าออนไลน์ หรือ e-Marketplace สามารถทำอะไรได้ และมีข้อดีอย่างไรบ้าง

9

ลดระยะเวลาในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด

9

โปรโมทสินค้าแหล่งเดียว กระจายไปทั่วโลก

9

ลดต้นทุนในการโฆษณาประชาสัมพันธ์

9

ลดต้นทุนในการนำเสนอการขาย

9

มีระบบสนับสนุนทำให้การขายสินค้าและบริการเป็นเรื่องง่าย

9

แบ่งประเภทสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ สะดวกด้านการค้นหาสินค้าของลูกค้า

 

9

ค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่ การจ้างพนักงาน

9

ขยายสาขาของร้านเราเพิ่มไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการลงทุน

9

เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้มากขึ้น กว่าการวางขายแค่หน้าร้าน หรือเปิดร้านค้าออนไลน์แค่เพียงที่เดียว

9

สร้างโอกาสทางการค้าตลอด 24 ชั่วโมงใน 7 วัน

 

แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย…บนโลกออนไลน์ ที่จะให้ลูกค้าเจอ และตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านเรา แต่ก็ไม่ยาก…จนไม่สามารถทำได้ครับเนื่องจากร้านค้าออนไลน์มีเป็นจำนวนมาก ถึงแม้เรามีการเปิดร้านค้ามีเว็บของเราเองอยู่แล้ว แต่การที่เรานำร้านไปลงขายใน e-Marketplace ด้วยนั้น ทำให้ค้นหาเจอร้านของเราได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยกับการหาลูกค้าเอง ทำเวบไซต์ทำเพจเอง ไม่ต้องหาทราฟฟิกเอง ถึงแม้ไม่มีความเชี่ยวชาญ Internet Marketing ก็สามารถขายของได้ เพราะ e-Marketplace จะทำหน้าที่หาทราฟฟิกจากทั้งลูกค้าใหม่ และฐานลูกค้าเดิม ให้มาซื้อของเรื่อยๆครับ ร้านค้ามีหน้าที่แค่โฟกัสกับสินค้าของตัวเอง และมาขายบน e-Marketplace ปรับปรุงคลังสินค้าให้ถูกต้องเสมอ ที่เหลือก็จะเป็นส่วนของกลยุทธิ์แล้วว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าของร้านเราอยู่ในตำแหน่งที่ดีของ e-Marketplace  พร้อมทั้งเราเองก็ต้องพยายามสร้างทราฟฟิกให้กับร้านค้าของเราบน e-Marketplace ด้วย ไม่ควรรอแต่ทราฟฟิกที่จะเกิดจากทาง e-marketplace ทางเดียวครับ

เวลาที่ลูกค้าค้นหาอาจจะเจอที่ e-Marketplace อันดับ 1 ต่อจากนั้นอยู่ที่เว็บของเราเอง คนซื้อก็จะมองว่า ร้านเรามีช่องทางการจัดจำหน่ายเยอะ มีความสะดวก ยิ่งถ้าเจอร้านเราหลาย platform เช่น จะซื้อที่ Lazada ก็เจอเรา ซื้อที่ Shopee ก็เจอเรา ยิ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มช่องทางในการขาย ให้กับร้านของเราครับและการที่เราเปิดร้านใน e-Marketplace นั้น เหมือนกับการขายของที่เราเข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่คนซื้อก็รู้สึกว่าของของเราไว้ใจได้ คุณภาพใช้ได้ และบริการน่าจะใช้ได้ เพราะด้วยมาตรฐานของแต่ละ Platform ที่ได้กำหนดไว้ และสุดท้ายนั้น เขาเหล่านั้นอาจจะลองเข้ามาดูเว็บไซต์ของทางเราเองด้วย เพื่อให้แน่ใจหา เรานั้นมีตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่ไก่กา จากไหน ก็ช่วยทำให้ตัวเราเองนั้น มีตัวตนในสังคมออนไลน์มากยิ่งขึ้น และลูกค้าก็จะค้นหาจากชื่อของเราตรงๆ ได้อีก เป็นการชนะ หรือ Win Win ไปด้วยกัน

ส่วนกลยุทธเรื่องการตัดราคาแข่งกันนั้น แทนที่จะลงไปแข่งกันในเรื่องนี้ ให้หันไปคิดกลยุทธ์อื่นๆแทน เพราะแม้ขายราคาถูกจริง แต่หากไปอ่านรีวิว ก็อาจจะพบว่า ลูกค้าตำหนิเรื่องคุณภาพสินค้า เป็นต้น ดังนั้น บน Marketplace มีเรื่องของความโปร่งใสด้วย สินค้าต้องมีคุณภาพ เป็นของดี ไม่งั้นลูกค้าที่เคยซื้อไปจะรีวิวแย่ๆ บ่อยๆ เข้าร้านก็อยู่ไม่ได้ หรืออาจจะโดน Marketplace ถอดร้านออกได้ แต่ถ้าหากของคุณภาพดี จัดส่งไว ตอบกลับไว ลูกค้าประทับใจ คะแนนอะไรๆก็ดี Ranking อยู่อันดับดีๆครับ เปลี่ยนเป็นกลยุทธ์ ในเรื่องคุณภาพของสินค้าที่ดีกว่า หรือการตอบรับหรือการให้บริการลูกค้า ซึ่งบางแพลตฟอร์มเช่น Lazada ก็สามารถให้พูดคุยกับลูกค้าได้แล้ว การให้บริการลูกค้าแบบรวดเร็วทันใจ มีการพูดคุยที่ให้ข้อเท็จจริง และสุภาพอ่อนน้อม สามารถเป็นจุดขายที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ หรือลูกค้าอาจตัดสินใจซื้อของของเราทันที

ธุรกิจออนไลน์ เหมือน “โอกาสและเงินอยู่ในอากาศ” เพียงแต่ว่าคุณต้องลงมือทำ ทดลองกับมัน เริ่มแต่วันนี้ เราเรียนรู้เร็ว เราก็มีประสบการณ์เร็ว จะได้รู้ว่าจะใช้วิธีการไหนที่เหมาะสมกับสินค้าและตัวตนของเราจริง ๆ และก็ขยันกับอดทน ขยันหาความรู้ ขยันลองผิดลองถูก ขยันทำ ลงมือทำ สุดท้าย คุณก็จะเป็นคนที่มองเห็น ทางรอดพร้อมโอกาส (Chance) แทนที่จะเป็นคนที่เฝ้ามอง การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิตอล ด้วยความกังวลและยอมถูกทำลาย (Disrupt)

 

It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.

“ผู้ที่อยู่รอด” ไม่ได้หมายความถึง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด หรือ ฉลาดที่สุด แต่หมายถึง “ผู้ที่สามารถปรับตัว” รับการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าครับ

Charles Darwin

Charles Darwin

It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.

“ผู้ที่อยู่รอด” ไม่ได้หมายความถึง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด หรือ ฉลาดที่สุด แต่หมายถึง “ผู้ที่สามารถปรับตัว” รับการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าครับ