Playhard Smartwork โปรเจกต์ของผมเอง เคยค้างอยู่ปีกว่า ไม่ใช่เพราะไม่มีไอเดีย ไอเดียมีตลอด วันไหนมีเวลาและคิดออก ผมก็ลงมือ แต่ทุกครั้งไปติดที่เดิม คือการใช้เครื่องมือ งานชิ้นหนึ่งใช้เวลานานจนไม่เสร็จ แล้วก็วนกลับมาติดที่เดิมอีก
พอเริ่มใช้ AI (Artificial Intelligence — ปัญญาประดิษฐ์) กับงานนี้ โปรเจกต์ที่ค้างมาปีกว่าจบได้ในสามสัปดาห์
คนมักสรุปว่า AI ทำให้งานเร็วขึ้น แต่ถ้ามองให้ดี งานนี้จบเร็วเพราะผมรู้อยู่แล้วว่าต้องการอะไร ไอเดียชัดตั้งแต่ก่อนเปิดเครื่องมือ สิ่งเดียวที่ขวางอยู่คือฝีมือกับเวลา AI จึงเข้าไปแก้ตรงนั้นพอดี
นี่คือคำตอบของผม เวลาผู้บริหารถามว่าถ้าจะเริ่มใช้ AI ในองค์กร ควรเริ่มตรงไหน ให้เริ่มจากงานที่รู้แล้วว่าต้องการอะไร แต่ยังติดอยู่ ไม่ใช่เริ่มจากเครื่องมือตัวใหม่ และไม่ใช่จากแผน AI ของทั้งองค์กร
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใช้ผิด แต่อยู่ที่ถามแค่หาคำตอบ
ส่วนที่ยากคือครึ่งแรก การรู้ว่าต้องการอะไร เท่าที่ผมเห็น คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ AI ผิด แต่ยังใช้ไม่เป็น และไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้มากกว่าที่ใช้อยู่ เพราะใช้แค่หาคำตอบ ถามให้ช่วยเขียนอีเมล ช่วยสรุปรายงาน ได้คำตอบแล้วก็จบ ทีมจึงสรุปว่า AI ช่วยได้แค่นี้
ผลที่ต่างกันมากไม่ได้อยู่ที่คำตอบ แต่อยู่ที่คำถาม “ช่วยเขียนโพสต์โปรโมทสินค้านี้” จะได้โพสต์ที่ใครสั่งก็ได้เหมือนกัน แต่ “ลูกค้าที่ซื้อสินค้านี้ซ้ำ เคยกังวลเรื่องอะไรก่อนซื้อครั้งแรก และโพสต์ของคู่แข่งยังไม่ตอบข้อไหน” จะได้จุดตั้งต้นของโพสต์ที่ต่างออกไป คำถามแบบหลังถามได้ก็ต่อเมื่อคนถามรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
นี่คือเหตุผลที่ BEARY AI แบ่งเป็นห้าขั้น แต่ละขั้นคือคำถามคนละชนิด ถ้าถามแค่ขอคำตอบ เราใช้ AI อยู่แค่ขั้นเดียวจากห้าขั้น
ผมเองก็เรียนรู้เรื่องนี้จากงานแรกที่ใช้ AI ตั้งแต่ก่อน Playhard Smartwork
ห้ามเริ่มใช้ AI ถ้ายังไม่รู้ว่าจะสื่ออะไร
งานแรกคือทำภาพประกอบโพสต์ Facebook และปกวิดีโอ YouTube เหตุผลตรงไปตรงมา คนที่ทำเนื้อหาเรื่องเดียวกัน หรือเล่นเกมเดียวกัน ใช้ภาพจากแหล่งเดียวกัน ภาพของทุกคนจึงออกมาคล้ายกันจนไม่มีใครเด่น
แต่ AI ไม่ได้ทำให้ภาพเด่นเอง ถ้าผมสั่งแค่ “ทำปกวิดีโอเกมนี้” ผมจะได้ภาพที่คนอื่นสั่งได้เหมือนกัน ผมทำปกแบบนี้มาหลายครั้ง และเจอปัญหาเดิมทุกครั้งที่เริ่มจากเครื่องมือ ภาพจะกลับไปหน้าตาเหมือนของคนอื่น ภาพจะต่างก็ต่อเมื่อผมรู้ก่อนว่าคลิปนี้ต้องการบอกอะไร แล้วใช้ AI ช่วยทำให้สิ่งนั้นเห็นเป็นภาพ
ไม่ใช่แค่ผมที่เจอ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Science Advances ปี 2024 ให้คนเขียนเรื่องสั้นโดยมีไอเดียจาก AI ช่วย ผลคือแต่ละเรื่องถูกประเมินว่าสร้างสรรค์ขึ้น แต่เรื่องของทุกคนคล้ายกันมากกว่าเรื่องที่คนเขียนเอง
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องการสื่ออะไร ก่อนถาม AI ให้มองให้รอบก่อนว่าคนที่รับงานของเราเห็นอะไร ได้ยินอะไร สัมผัสอะไร และรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่ทุกงานจะใช้ครบหกทาง แต่ต้องถามให้ครบ เพราะ AI รับรู้ได้แค่สิ่งที่เราพิมพ์ให้มัน คนที่มองรอบกว่าจึงถามได้ดีกว่า และได้งานที่คนอื่นสั่งตามไม่ได้
ผู้บริหารจึงควรถามทีมก่อนอนุมัติเครื่องมือตัวไหน ว่าเรารู้หรือยังว่างานนี้ต้องการสื่ออะไร ถ้ายังไม่รู้ AI จะช่วยผลิตงานที่หน้าตาเหมือนคู่แข่งได้เร็วขึ้นเท่านั้น
จากขา สู่ล้อ สู่การบิน
ทั้งปกวิดีโอและ Playhard Smartwork บอกเรื่องเดียวกัน AI เป็นพาหนะ ไม่ใช่จุดหมาย ผมมองว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงแบบที่เราเคยเจอมาแล้ว เหมือนการเดินทางที่เปลี่ยนจากขา มาเป็นล้อ แล้วมาเป็นการบิน ทุกครั้งจุดหมายยังเป็นของคนเดินทาง พาหนะแค่พาไปได้ไกลและเร็วขึ้น ผมทำงานกับเทคโนโลยีมาตั้งแต่ปี 1999 ผ่านการเปลี่ยนแบบนี้มาหลายรอบ ครั้งนี้ต่างแค่ความเร็ว
สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ คนต้องรู้ว่าจะไปไหน เครื่องมือทุกคนเข้าถึงได้เหมือนกัน สิ่งที่คู่แข่งไม่มีคือตัวเรา ความคิด วิธีมอง และประสบการณ์ที่เราใส่ลงไปในงาน
งานแรกของ AI ในองค์กร ผมจะเลือกแบบนี้
ถ้าเอาสองเรื่องนี้มาใช้กับองค์กร งานแรกที่ผมจะเลือกต้องผ่านสามข้อ
- ติดอยู่ — มีไอเดีย มีคนอยากทำ แต่ไปไม่ถึงเพราะติดเวลา ฝีมือ หรือเครื่องมือ แบบเดียวกับ Playhard Smartwork ที่ค้างปีกว่า
- ต้องไม่เหมือนคนอื่น — ถ้าผลออกมาเหมือนคู่แข่งก็ไม่มีความหมาย แบบเดียวกับปกวิดีโอ
- เห็นผลในไม่กี่สัปดาห์ — งานแรกคือสิ่งที่ทำให้ทีมเชื่อหรือไม่เชื่อ ถ้าต้องรอเป็นปีกว่าจะรู้ผล ทีมจะเลิกสนใจก่อน
และก่อนลงมือ ทีมต้องตอบให้ได้ว่างานนั้นต้องการสื่ออะไร
สมมติบริษัทจัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์แห่งหนึ่ง ทีมการตลาดอยากทำวิดีโอสั้นสอนใช้เครื่องให้โรงพยาบาลมาสองปี แต่ไม่มีใครในทีมตัดต่อเป็น ถ้าเดินตามสามข้อนี้จะเป็นแบบนี้
- ติดอยู่ไหม — ใช่ ไอเดียมีมาสองปี ติดที่ฝีมือตัดต่อ
- ต้องไม่เหมือนคนอื่นไหม — ใช่ คู่แข่งส่งแค่คู่มือ PDF
- มองจากฝั่งคนใช้ — พยาบาลเห็นอะไรบนหน้าจอเครื่อง ได้ยินเสียงเตือนแล้วต้องทำอะไร และกังวลที่สุดตอนไหน
- จะสื่ออะไร — ก่อนเปิด AI ทีมตกลงกันให้ได้ประโยคเดียว เช่น “พยาบาลใช้เครื่องนี้ครั้งแรกได้โดยไม่ต้องโทรหาเรา”
- เห็นผลเร็วไหม — วิดีโอตัวแรกทำเสร็จได้ในไม่กี่สัปดาห์ แล้วถามฝ่ายขายว่าลูกค้าโทรมาถามวิธีใช้น้อยลงหรือเปล่า
ส่วนสิ่งที่ผมจะขอให้รอไว้ก่อนในเดือนแรก คือซื้อเครื่องมือหลายตัวพร้อมกัน ประกาศแผน AI ของทั้งองค์กร และใช้ AI ผลิตสื่อทั้งที่ยังตอบไม่ได้ว่าจะสื่ออะไร ทั้งสามอย่างคือการเริ่มจากพาหนะ ก่อนรู้ว่าจะไปไหน
AI ไม่ได้ทำให้คำตอบดีขึ้น ถ้าคำถามยังเหมือนเดิม
Executive Insight
ก่อนจะไปต่อ
ชุด BEARY AI เริ่มจากทำความรู้จัก ต่อด้วยใช้มองธุรกิจ และจบที่การเริ่มลงมือ ถ้าจะจำได้เรื่องเดียว ผมอยากให้จำว่า AI ช่วยได้มากที่สุดตรงที่เรารู้แล้วว่าต้องการอะไร และลองถามตัวเองดูว่า ในองค์กรของคุณ มีงานไหนที่รู้แล้วว่าต้องการอะไร แต่ติดมาเป็นปี
ถ้ามองออกไปนอกองค์กร การเปลี่ยนแปลงที่ใกล้ตัวที่สุดตอนนี้คือวิธีที่ลูกค้าค้นหา ซึ่งผมเล่าไว้ใน จาก SEO สู่ GEO
หากองค์กรของคุณมีงานที่ค้างอยู่ และยังไม่แน่ใจว่า AI ควรเข้าไปช่วยตรงไหน ดูแนวทาง AI Workflow ที่ผมทำ หรือ นัดคุยเชิงกลยุทธ์ ผมตอบกลับภายในสองวันทำการ


